ส่วนที่ 1 บทนำ

  1. การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กร

การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตในองค์กร มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการบ่งชี้ความเสี่ยงของการทุจริตที่มีอยู่ในองค์กรโดยการประเมินโอกาสของการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริต เพื่อพิจารณาว่าการควบคุมและการป้องกันการทุจริตที่มีอยู่ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลหรือไม่

          การทุจริตในระดับท้องถิ่น พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของการทุจริตในระดับท้องถิ่น ได้แก่ การกระจายอำนาจลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แม้ว่าโดยหลักการแล้วการกระจายอำนาจมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้บริการต่าง ๆ ของรัฐสามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติทำให้แนวโน้มของการทุจริตในท้องถิ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน

          ลักษณะการทุจริตในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกเป็น 7 ประเภท ดังนี้

1) การทุจริตด้านงบประมาณ การทำบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง และการเงินการคลัง ส่วนใหญ่เกิดจากการละเลยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2) สภาพหรือปัญหาที่เกิดจากตัวบุคคล

3) สภาพการทุจริตอันเกิดจากช่องว่างของกฎระเบียบและกฎหมาย

4) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการขาดความรู้ความเข้าใจและขาดคุณธรรมจริยธรรม

5) สภาพหรือลักษณะปัญหาที่เกิดจากการขาดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ

6) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากการตรวจสอบขาดความหลากหลายในการตรวจสอบจากภาคส่วนต่างๆ

7) สภาพหรือลักษณะปัญหาของการทุจริตที่เกิดจากอำนาจ บารมี และอิทธิพลท้องถิ่น

          สาเหตุและปัจจัยที่นำไปสู่การทุจริตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ ดังนี้

1) โอกาส แม้ว่าในปัจจุบันมีหน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแต่พบว่า ยังคงมีช่องว่างที่ทำให้เกิดโอกาสของการทุจริต ซึ่งโอกาสดังกล่าวเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้มแข็ง กฎหมาย กฎระเบียบไม่รัดกุม และอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ทำให้เกิดการทุจริต

2) สิ่งจูงใจ เป็นที่ยอมรับว่าสภาวะทางเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเรื่องของวัตถุนิยม สังคมทุนนิยม ทำให้คนในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การสร้างความร่ำรวย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่มีแนวโน้มที่จะทำพฤติกรรมการทุจริตมากยิ่งขึ้น

 3) การขาดกลไกในการตรวจสอบความโปร่งใส การทุจริตในปัจจุบันมีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะการทุจริตในเชิงนโยบายที่ทำให้การทุจริตกลายเป็นความชอบธรรมในสายตาของประชาชน ขาดกลไกการตรวจสอบความโปร่งใสที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะเข้าไปตรวจสอบการทุจริตของบุคคลเหล่านี้

 4) การผูกขาด ในบางกรณีการดำเนินงานของภาครัฐ ได้แก่ การจัดซื้อ/จัดจ้าง เป็นเรื่องของการผูกขาด ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องเป็นห่วงโซ่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ในบางครั้งพบบริษัทมีการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่เพื่อให้ตนเองได้รับสิทธิในการดำเนินงานโครงการของภาครัฐ รูปแบบของการผูกขาด ได้แก่การผูกขาดในโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ

5) การได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ความยากจนถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ข้าราชการมีพฤติกรรมการทุจริต เพราะความต้องการที่จะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องแสวงหาช่องทางเพื่อเพิ่ม “รายได้พิเศษ” ให้กับตนเองและครอบครัว

6) การขาดจริยธรรม คุณธรรม ในสมัยโบราณ ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณธรรมที่ได้รับการเน้นเป็นพิเศษถือว่าเป็นเครื่องวัดความดีของคน แต่ในปัจจุบัน พบว่า คนมีความละอายต่อบาปและเกรงกลัวบาปน้อยลง และมีความเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น มองแต่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะยึดผลประโยชน์ส่วนรวม

7) มีค่านิยมที่ผิด ปัจจุบันค่านิยมของสังคมได้เปลี่ยนจากยกย่องคนดี คนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นยกย่องคนที่มีเงิน คนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูง ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีค่านิยมที่ผิดเห็นว่าการทุจริตเป็นวิถีชีวิตเป็นเรื่องปกติธรรมดา เห็นคนซื่อเป็นคนเซ่อ เห็นคนโกงเป็นคนฉลาด ย่อมจะทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยไม่มีความละอายต่อบาป และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายของบ้านเมือง

 

  1. หลักการและเหตุผล

                    รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติให้รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระ แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยยึดหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ส่วนการกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะทำได้เท่าที่จำเป็นตามกรอบที่กฎหมายกำหนด และต้องเป็นไปเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นหรือประโยชน์สุขของประเทศโดยรวม

นอกจากนี้ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กำหนดให้การบริหารราชการซึ่งรวมทั้งราชการบริหารส่วนท้องถิ่นต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน

เมื่อพิจารณาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจะเห็นได้ว่าการบริหารราชการแผ่นดินที่มีองค์กรปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการจัดการบริการสาธารณะและแก้ไขปัญหาในระดับท้องถิ่นยังมีปัญหาหลายประการ ที่สำคัญคือปัญหาด้านการบริหารราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง และปัญหาการกำกับดูแลโดยองค์กรที่มี อำนาจหน้าที่ ตามกฎหมาย และด้วยเหตุที่ว่านี้ ได้มีส่วนทำให้การบริหาราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ส่วนหนึ่งไม่เป็นไปเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง คณะผู้บริหารหรือพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางส่วนมีพฤติการณ์ส่อไปในทางที่เอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้องโดยไม่ชอบมีการกระทำในลักษณะที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

จากสภาพปัญหาที่พบในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามสื่อสิ่งพิมพ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ จะพบว่าภาพลักษณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการทุจริตคอรัปชั่นเป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจการบริหารงานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามมา

ปัจจุบันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงและสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ เป็นปัญหาลำดับต้น ๆ ที่ขัดขวางการพัฒนาประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง เนื่องจากเกิดขึ้นทุกภาคส่วนในสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเมือง ภาคราชการ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมักถูกมองจากภายนอกสังคมว่าเป็นองค์กรที่เอื้อต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นและมักจะปรากฏข่าวการทุจริตตามสื่อและรายงานของทางราชการอยู่เสมอ ซึ่งได้ส่งผลสะเทือนต่อกระแสการกระจายอำนาจและความศรัทธาต่อระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นมีผลในเชิงลบ สอดคล้องกับการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น (Corruption Perception Index – CPI) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ประเมินการทุจริตคอร์รัปชั่นทั่วโลกที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International – IT) พบว่า ผลคะแนนของประเทศไทยระหว่างปี 2555 – 2558 อยู่ที่ 35 – 38 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 โดยในปี 2558 อยู่อันดับที่ 76 จาก 168 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 3 ในประเทศอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์และประเทศมาเลเซีย และล่าสุดพบว่าผลคะแนนของประเทศไทยปี 2559 ลดลง 3 คะแนน จากปี 2558  ได้ลำดับที่ 101 จาก 168 ประเทศ ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีปัญหาการคอร์รัปชั่นอยู่ในระดับสูง

แม้ว่าในช่วงระยะที่ผ่านมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามการป้องกันการทุจริต ไม่ว่าจะเป็น การเป็นประเทศภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (United Nations Convention Against Corruption-UNCAC) พ.ศ. 2546 การจัดตั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ     ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาแล้ว 3 ฉบับ แต่ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยไม่ได้มีแนวโน้มที่ลดน้อยถอยลง สาเหตุที่ทำให้การทุจริตเป็นปัญหาที่สำคัญของสังคมไทยประกอบด้วยปัจจัยทางด้านพื้นฐานโครงสร้างสังคม ซึ่งเป็นสังคมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสัมพันธ์แนวดิ่ง (Vertical Relation) หรืออีกนัยหนึ่งคือ พื้นฐานของสังคมอุปถัมภ์ที่ทำให้สังคมไทยยึดติดกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะในหมู่ญาติพี่น้องและพวกพ้อง ยึดติดกับกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม ติดความสบาย ยกย่องคนที่มีเงินและมีอำนาจ คนไทยบางส่วนมองว่าการทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติที่ยอมรับได้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตหรือกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของค่านิยมและวัฒนธรรมไทยไปแล้ว ผนวกกับปัจจัยทางด้านการทำงานที่ไม่ได้บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนไว้ด้วยกัน จึงส่งผลให้การทำงานของกลไกหรือความพยายามที่ได้กล่าวมาข้างต้นไม่สามารถทำได้อย่างเต็มศักยภาพ ขาดความเข้มแข็ง

ปัจจุบันยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ใช้อยู่เป็นฉบับที่ 3    เริ่มจากปี พ.ศ. 2560 จนถึงปี พ.ศ. 2564 ซึ่งมุ่งสู่การเป็นประเทศที่มีมาตรฐานทางคุณธรรมจริยธรรม เป็นสังคมมิติใหม่ที่ประชาชนไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตทุกรูปแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากฝ่ายการเมือง หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนประชาชน ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิในด้านความโปร่งใสทัดเทียมนานาอารยประเทศ โดยกำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยใสสะอาด     ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” มีเป้าหมายหลักเพื่อให้ประเทศไทยได้รับการประเมินดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งการที่ระดับคะแนนจะสูงขึ้นได้นั้น การบริหารงานภาครัฐต้องมีระดับธรรมาภิบาลที่สูงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องมีพฤติกรรมแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตประพฤติมิชอบ โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานหลักออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ ดังนี้

ยุทธศาสตร์ที่ 1 สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริต

ยุทธศาสตร์ที่ 3 สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก

ยุทธศาสตร์ที่ 5 ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต

ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index : CPI)

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังเกิดผลเป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของยุทธศาสตร์ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะ ที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564) เทศบาลตำบลป่าบง จึงได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส สร้างค่านิยม วัฒนธรรมสุจริตให้เกิดในสังคมอย่างยั่งยืนจึงได้ดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564) เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตผ่านโครงการ/กิจกรรม/มาตรการต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน อันจะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างแท้จริง

เทศบาลตำบลป่าบง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน และการพัฒนาคุณธรรมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันการทุจริตสี่ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๖๔) เพื่อเป็นแผนปฏิบัติการในการดำเนินการเรื่องความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Integrity and Transparency Assessment-ITA) อันจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ให้สามารถทำงานด้วยความโปร่งใส ตามหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม โดยประชาชนมีส่วนร่วม สามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และรับผิดชอบ ตลอดจนสามารถตรวจสอบได้

 

วิสัยทัศน์ (Vision)

                    อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น รักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจ สู่คุณภาพชีวิตที่ดี

 

พันธกิจ (Mission)                 

  1. แก้ไขความยากจน ส่งเสริมอาชีพ เพื่อเพิ่มรายได้ และพัฒนาส่งเสริมการเกษตร
  2. พัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น แหล่งท่องเที่ยวและกีฬา

ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

  1. รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
  2. สร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
  3. ประชาชนมีส่วนร่วมพัฒนา บุคลากรเทศบาลมีศักยภาพในการพัฒนา
  4. พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สะดวกและปลอดภัย
  5. วัตถุประสงค์ของการจัดทำแผน

1) เพื่อยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารเทศบาลตำบลป่าบง

                    2) เพื่อยกระดับจิตสำนึกรับผิดชอบในผลประโยชน์ของสาธารณะของข้าราชการฝ่ายการเมืองข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรของเทศบาลตำบลป่าบง รวมถึงประชาชนในพื้นที่

3) เพื่อให้การบริหารราชการของเทศบาลตำบลป่าบง เป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance)

4) เพื่อส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม (people’s participation) และตรวจสอบ (People’s audit) ของภาคประชาชนในการบริหารกิจการของเทศบาลตำบลป่าบง

5) เพื่อพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบลป่าบง

6) ข้าราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำของเทศบาลตำบลป่าบง ตลอดจนประชาชน มีจิตสำนึกในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม ไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปในทางที่มิชอบทุกฝ่าย

7) เทศบาลตำบลป่าบง มีระบบการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของราชการ และเจ้าหน้าที่ และสามารถจัดการกับกรณีการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างรวดเร็ว โปร่งใส มิให้ข้าราชการอื่นใช้เป็นเยี่ยงอย่าง

8) หน่วยงานสามารถประสานความร่วมมือในองค์กรและภายนอกองค์กรในการป้องกัน และ ปราบปรามการทุจริต ภาครัฐ

9) เทศบาลตำบลป่าบง สามารถพัฒนาระบบและกลไกในการตรวจสอบ ควบคุม และถ่วงดุลการใช้อำนาจให้เหมาะสม

10) เทศบาลตำบลป่าบง พัฒนาบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

11) สนับสนุนให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการของเทศบาลตำบลป่าบง

 

  1. เป้าหมาย

                    1) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรของเทศบาลตำบลป่าบง รวมถึงประชาชนในพื้นที่มีจิตสำนึกและความตระหนักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้บังเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนท้องถิ่น ปราศจากการก่อให้เกิดข้อสงสัยในการประพฤติปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม การขัดกันแห่งผลประโยชน์และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

2) เครื่องมือ/มาตรการการปฏิบัติงานที่สามารถป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติ มิชอบของข้าราชการ

3) โครงการ/กิจกรรม/มาตรการที่สนับสนุนให้สาธารณะและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและตรวจสอบการปฏิบัติหรือบริหารราชการของเทศบาลตำบลป่าบง

4) กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบลป่าบงที่มีเข้มแข็งในการตรวจสอบ ควบคุมและถ่วงดุลการใช้อำนาจอย่างเหมาะสม

5) เทศบาลตำบลป่าบง มีแผนงานที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน

 

  1. ประโยชน์ของการจัดทำแผน

                            1) ข้าราชการฝ่ายการเมือง ข้าราชการฝ่ายบริหาร บุคลากรของเทศบาลตำบลป่าบง รวมถึงประชาชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึกรักท้องถิ่นของตนเอง อันจะนำมาซึ่งการสร้างค่านิยม และอุดมการณ์ในการต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption) จากการปลูกฝังหลักคุณธรรม จริยธรรม หลักธรรมาภิบาล รวมถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน

2) เทศบาลตำบลป่าบง สามารถบริหารราชการเป็นไปตามหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) มีความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้

3) ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจรวมถึงร่วมตรวจสอบในฐานะพลเมืองที่มีจิตสำนึกรักท้องถิ่น อันจะนำมาซึ่งการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต

4) สามารถพัฒนาระบบ กลไก มาตรการ รวมถึงเครือข่ายในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบลป่าบง ทั้งจากภายใน และภายนอกองค์กรที่มีความเข้มแข็งในการเฝ้าระวังการทุจริต

5) เทศบาลตำบลป่าบง มีแนวทางการบริหารราชการที่มีประสิทธิภาพ ลดโอกาสในการกระทำการทุจริต และประพฤติมิชอบ จนเป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วนให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบ ด้านการป้องกันการทุจริต อันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความภาคภูมิใจและให้ความร่วมมือกันเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังการทุจริตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

 

ส่วนที่ 2 แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564) ของเทศบาลตำบลป่าบง

๑. แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตสี่ปี (พ.ศ.๒๕๖๑ – ๒๕๖๔)  มีรายละเอียดกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต ( ภาพรวม )  แยกเป็นรายมิติได้ดังนี้

รูปภาพ1

 

มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

1. การสร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต 1.1 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่บุคลากรทั้งข้าราชการ การเมืองฝ่ายบริหาร ข้าราชการการเมือง              ฝ่ายสภาท้องถิ่น และฝ่ายประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1) โครงการฝึกอบรมและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตามหลักธรรมาภิบาล ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น 50,000

 

 

 

50,000

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    2) โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

 

 

 

30,000

 

30,000  
   
  1.2 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่ประชาชนทุกภาคส่วนในท้องถิ่น 1) โครงการอบรมประชาธิปไตยในการเลือกตั้ง

 

  50,000 50,000  
    2) โครงการส่งเสริมแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

 

50,000 50,000 50,000 50,000  
 

 

 

 

1.3 การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักแก่เด็กและเยาวชน 1) โครงการสนับสนุนศุนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลป่าบง

 

 

60,000 60,000 60,000 60,000  
มิติที่ 1 รวม 5  โครงการ 330,000 485,000 285,000 240,000  

 

มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

2. การบริหารราชการเพื่อป้องกันการทุจริต 2.1 แสดงเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านการทุจริตของผู้บริหาร 1) กิจกรรมประกาศเจตจำนงต่อต้านการทุจริตของผู้บริหารเทศบาลตำบลป่าบง  
  2.2 มาตรการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ 1) มาตรการการสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานบุคคล  
    2) มาตรการออกคำสั่งมอบหมายของนายก ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ  
    3) โครงการจ้างเหมาประเมินความพึงพอใจของประชาชน 30,000 30,000 30,000 30,000  
    4) สร้างความโปร่งใสในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน  
    5) ควบคุมการเบิกจ่ายเงินตาม       เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

 

 
    6) การพัฒนาแผนและกระบวนการจัดหาพัสดุ  
    7) สร้างความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ  
    8) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการจัดซื้อ – จัดจ้าง  
    9) มาตรการป้องกันการทุจริตและสร้างความโปร่งใสในการติดต่อราชการ  
มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

  2.3 มาตรการการใช้ดุลยพินิจและใช้อำนาจหน้าที่        ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 1) กิจกรรมการลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน

 

 

 

 
    2) มาตรการลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติราชการ  
    3) มาตรการการมอบอำนาจอนุมัติอนุญาต สั่งการ เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติราชการ  
    4) มาตรการมอบอำนาจของนายก  
    5) มอบอำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522  
    6) มาตรการการออกคำสั่งมอบหมายของนายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการ

 

 
  2.4 การเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน/บุคคลในการดำเนินกิจการการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นที่ประจักษ์ 1) กิจกรรมการ  ยกย่องผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติราชการและให้บริการประชาชนดีเด่น

 

 

 

มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

  2.5 มาตรการจัดการในกรณีได้ทราบหรือรับแจ้งหรือตรวจสอบพบการทุจริต 1) มาตรการ “จัดทำข้อตกลงการปฏิบัติราชการ”  
    2) กิจกรรม “การจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบล    ป่าบง”  
    3) การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน  
    4) ให้ความร่วมมือกับหน่วยตรวจสอบที่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อการตรวจสอบ ควบคุม ดูแล การปฏิบัติราชการของเทศบาลตำบลป่าบง  
    5) มาตรการ “ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบทั้งภาครัฐและองค์กรอิสระ”  
    6) มาตรการ ”ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน กรณีมีบุคคลภายนอกหรือประชาชนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง ว่าทุจริตและปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ”

 

 

 
มิติที่ 2 รวม 23 โครงการ 30,000 30,000 30,000 30,000  
มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

3. การส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน 3.1 จัดให้มีและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในช่องทางที่เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบการปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทุกขั้นตอน 1) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญและหลากหลาย  
    2) การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เช่นวารสาร เป็นต้น

 

80,000 80,000 80,000 80,000  
    3) จัดให้มีช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเทศบาลตำบลป่าบง เช่น เว็บไซต์หน่วยงาน บอร์ดประชาสัมพันธ์ที่เทศบาลและตามหมู่บ้าน เป็นต้น

 

10,000 10,000 10,000 10,000  
    4) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการเงิน การคลัง พัสดุ และทรัพย์สินของเทศบาล และการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเงินการคลัง

 

 
    5) อุดหนุนศูนย์ข้อมูลข่าวสารการซื้อหรือการจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

 

 

 

30,000 30,000 30,000 30,000  
มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

  3.2 การรับฟังความคิดเห็น การรับและตอบสนองเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ของประชาชน 1) โครงการประชุมประชาคม และจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลป่าบง 25,000 25,000 30,000 30,000  
    2) การดำเนินงานศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เทศบาลตำบลป่าบง

 

 
    3) กิจกรรม รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ผู้ร้องเรียน/ร้องทุกข์รับทราบ

 

 
    4) มาตรการแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญ ด้านการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

 

 
    5) โครงการเทศบาลพบประชาชน

 

30,000 30,000 30,000 30,000  
  3.3 การส่งเสริมให้ประชาชน

มีส่วนร่วมบริหาร กิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1) มาตรการแต่งตั้งคณะกรรมการสนับสนุน และคณะกรรมการพัฒนา ในการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลป่าบง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
มิติที่ 3 รวม 11โครงการ 175,000 175,000 175,000 175,000  
มิติ ภารกิจตามมิติ โครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 หมายเหตุ
งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

งบประมาณ

(บาท)

4. การเสริมสร้างและปรับปรุงกลไกในการตรวจสอบการปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4.1 มีการจัดวางระบบและรายงานการควบคุมภายในตามที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด 1) จัดทำแผนการตรวจสอบภายในประจำปี งบประมาณ  
    2) จัดทำรายงานการควบคุมภายใน

 

 
    3) กิจกรรมติดตามประเมินผลการควบคุมภายใน

 

 
  4.2 การสนับสนุนให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการปฏิบัติหรือการบริหารราชการ ตามช่องทางที่สามารถดำเนินการได้ 1) กิจกรรมการรายงานผลการใช้จ่ายเงินให้ประชาชนทราบ  
  4.3 การส่งเสริมบทบาทการตรวจสอบของสภาเทศบาลตำบล   ป่าบง 1) โครงการอบรมให้ความรู้ด้านระเบียบ กฎหมายท้องถิ่น ผู้บริหาร และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลป่าบง

 

50,000 50,000 50,000 50,000  
  4.4 เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community) และบูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต

 

 

1) มาตรการแต่งตั้งประชาคมในการตรวจรับงานจัดซื้อ จัดจ้างของเทศบาลตำบลป่าบง

 

 
มิติที่ 4 รวม 6 โครงการ 50,000 50,000 50,000 50,000  

 

ส่วนที่ 3 รายละเอียดโครงการ/กิจกรรม/มาตรการ ตามแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564) ของเทศบาลตำบลป่าบง

ลำดับที่ 1

  1. ชื่อโครงการ : โครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานส่งเสริมการบริหารราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
  2. หลักการและเหตุผล

“…ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดีไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อยจึงไม่ใช่อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ …”

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ปัจจุบันประเทศไทยมีการทุจริตคอร์รัปชั่นมาโดยตลอดทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งเข้ามาร่วมงานกับภาครัฐ อีกทั้งได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม ตลอดจนความมั่นคงของประเทศ เหตุผลสำคัญที่ทำให้ปัญหาการทุจริตในประเทศไทยยังมิได้ลดน้อยลงในขณะนี้ เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ยังมีวัฒนธรรมและค่านิยมที่เป็นอุปสรรคในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เช่น ค่านิยมในการบริโภค ความสะดวกสบาย และวัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน ประกอบกับปัญหาความล่าช้าและความโปร่งใสในการบริหารของภาครัฐ รวมทั้งการละเลยการปฏิบัติตามกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายที่เคร่งครัดและมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เรื้อรังสะสมมานานและเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการทุจริตเป็นอย่างมาก การทุจริตมีลักษณะเป็นวัฏจักรและเครือข่ายที่เกิดขึ้นในทุกระดับอย่างเป็นระบบมีรูปแบบการทุจริตที่แตกต่างและหลากหลาย เช่น การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องส่งเสริม ปลูกฝังค่านิยมที่สร้างสรรค์ หรือเครื่องมือที่จะควบคุมให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเกิดพฤติกรรมในเชิงบวกไม่ให้เกิดพฤติกรรมในเชิงลบ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงในการป้องกันและต่อต้านการทุจริตประพฤตติมิชอบ

ดังนั้น เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้หลักคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของข้าราชการและ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จึงเห็นควรให้มีการดำเนินโครงการ “ฝึกอบรมและศึกษาดูงานส่งเสริมการบริหารราชการด้วยหลักธรรมาภิบาลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น”

  1. วัตถุประสงค์

3.1 เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมและวิธีการทำงานที่สุจริตโปร่งใสของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง

3.2 เพื่อเสริมสร้างให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบงมีจิตสำนึก ค่านิยม ความซื่อสัตย์ สุจริต มุ่งมั่นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

3.3 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเทศบาลตำบลป่าบง สามารถนำกฎหมาย กฎ ระเบียบราชการและข้อบังคับไปใช้ในการปฏิบัติงานได้ อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ

3.4 เพื่อปลูกฝังปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดีเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานราชการ ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาเครือข่ายในการทำงาน รวมถึงเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

3.5 เพื่อเสริมสร้างการทำงานเป็นทีมในหน่วยงานเทศบาลตำบลป่าบง

  1. เป้าหมาย

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตามคำนิยามในระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกอบด้วย ผู้บริหาร พนักงานเทศบาล พนักงานจ้าง

  1. พื้นที่ดำเนินการ

ตามที่โครงการกำหนด

  1. วิธีการดำเนินการ

กิจกรรมที่ 1 จัดฝึกอบรมในหัวข้อเรื่อง

– การเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการปฏิบัติงาน

– หลักคุณธรรม จริยธรรมในการปฏิบัติงาน

– แสดงความคิดเห็น ถามตอบปัญหา

  1. ระยะเวลาการดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 – 2564)

  1. งบประมาณในการดำเนินการ

50,000.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัดเทศบาลตำบลป่าบง

  1. ตัวชี้วัด/ผลลัพธ์

ผลลัพธ์

10.1 ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง ที่เข้าร่วมโครงการ มีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการปฏิบัติงาน

10.2 ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง ที่เข้าร่วมโครงการมีจิตสำนึกค่านิยม ความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

10.3 ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลป่าบง ที่เข้าร่วมโครงการได้รับการปลูกฝังปรัชญาการเป็นข้าราชการที่ดีเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานราชการ ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม และการพัฒนาเครือข่ายในการทำงาน รวมถึงเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

 

ลำดับที่ 2

  1. ชื่อโครงการ : โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
  2. หลักการและเหตุผล

บุคลากรหรือทรัพยากรบุคคลในองค์กรเป็นรากฐานสำคัญยิ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพและประสิทธิผล องค์กรนั้นๆ ย่อมประสบความสำเร็จ      มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบุคลากรที่มีคุณภาพสูง มีความรู้ความสามารถ มีทักษะต่างๆ ในการปฏิบัติงาน มีประสบการณ์มีความรู้และเข้าใจงานเป็นอย่างดี เมื่อได้รับบทบาทให้กระทำหน้าที่ใดๆ แล้ว     ย่อมสามารถแสดงบทบาทนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเสมอ ในทางตรงกันข้ามหากบุคลากรในองค์กรด้อยความสามารถ ไร้อุดมการณ์ ไม่มีทักษะหรือประสบการณ์ที่จำเป็นในการทำงาน ย่อมทำให้องค์กรนั้นๆ ด้อยพัฒนาหรือเจริญก้าวหน้าได้อย่างล่าช้า นอกจากบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะและประสบการณ์การทำงานสูงแล้ว ย่อมมีคุณธรรมจริยธรรมในการป้องกันการทุจริต มีจรรยาบรรณ ค่านิยม บุคลิกภาพหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นตัวชี้นำทางในการปฏิบัติงานตามตำแหน่ง หน้าที่และบทบาทแห่งตนเอง บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มีจิตสำนึกที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต   มีความรับผิดชอบ ตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่องาน          ต่อหน่วยงาน ต่อเพื่อนร่วมงานและผู้มาขอรับบริการหรือรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติแล้ว ย่อมนำพาองค์กรหรือหน่วยงานมุ่งไปสู่ความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น มีความโปร่งใสมีการป้องกันการทุจริต และสามารถตรวจสอบได้ตามหลักการแห่งธรรมาภิบาล

เทศบาลตำบลป่าบง จึงได้จัดโครงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการป้องกันการทุจริตขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรภายใน ประกอบด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการและพนักงานจ้าง ให้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานให้ห่างไกลจากการทุจริต และการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข รู้จักความพอดีมีความพอเพียง ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายและข้อบังคับ มีเจตคติที่ดี มีจรรยาบรรณวิชาชีพต่อตนเอง ต่อการทำงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อผู้มาขอรับบริการ ต่อผู้บังคับบัญชาและต่อประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป

  1. วัตถุประสงค์
  2. เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
  3. เพื่อให้บุคลากรสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง
  4. เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยมและเจตคติของบุคลากรต่อองค์กร ต่อการทำงาน ต่อเพื่อนร่วมงาน ต่อผู้มาขอรับบริการและต่อผู้บังคับบัญชาให้ดียิ่งขึ้น
  5. เพื่อให้สถาบันทางศาสนามีบทบาทในการปลูกจิตสำนึกมีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริต ให้แก่บุคลากรของเทศบาลตำบลป่าบง
  6. กลุ่มเป้าหมาย

คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาฯ ข้าราชการ/พนักงาน

  1. พื้นที่ดำเนินการ

เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

ตามกำหนดการโครงการ

     7. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ

1.ติดต่อประสานสถานที่อบรม

2.ชี้แจงรายละเอียดและวางแผนการดำเนินงานตามโครงการฯ

3.จัดทำรายละเอียดโครงการฯ กำหนดการและหลักสูตรการจัดการอบรมฯ

4.เสนอรายละเอียดโครงการ กำหนดการและหลักสูตร เพื่อพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขให้ถูกต้องและเกิดความเหมาะสม

5.วัดและประเมินผลโครงการฯ

8.งบประมาณ

30,000.-บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัดเทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  2. บุคลากรมีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
  3. บุคลากรสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการปฏิบัติงานและการดำเนินชีวิตได้อย่างแท้จริง
  4. ปลูกจิตสำนึกให้บุคลากรและประชาชนมีทัศนคติ ค่านิยม ความซื่อสัตย์สุจริต และเจตคติต่อองค์กรต่อการทำงาน ต่อเพื่อนร่วมงานต่อผู้มาขอรับบริการและต่อผู้บังคับบัญชาที่ดี

 

ลำดับที่ 3

  1. ชื่อโครงการ : โครงการอบรมประชาธิปไตยในการเลือกตั้ง
  2. หลักการและเหตุผล

การเตรียมความพร้อมให้แก่ประชาชน และเยาวชนในเขตเทศบาล ให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม การสร้างลักษณะนิสัยให้รู้จักระเบียบ ข้อบังคับ  กฎเกณฑ์ และกติกาตลอดจนรู้จักรับผิดชอบหน้าที่ที่ตนพึงมีต่อหมู่คณะ  ชุมชน และสังคมได้อย่างเหมาะสม  เทศบาลตำบลป่าบงจึงเห็นสมควร ในการอบรมให้ความรู้และความสำคัญเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตย เพื่อเป็นการปูพื้นฐานประชาธิปไตยให้ดีขึ้นและรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามภาระหน้าที่และมีวิถีชีวิตตามหลักประชาธิปไตยให้สามารถดำรงตนให้อยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข

  1. วัตถุประสงค์

3.1. เพื่อประชาชน มีเจตคติที่ดีเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย

3.2. เพื่อให้ประชาชน และเยาวชนได้เรียนรู้และฝึกตนเองเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพ  ความเสมอภาค และหน้าที่ตามระบบประชาธิปไตย

3.3. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน และเยาวชน มีความรับผิดชอบร่วมกันในการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ทั้งปวงของชุมชน และประเทศชาติ

3.4. เพื่อให้ประชาชน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย

  1. กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชน และเยาวชนในเขตเทศบาลตำบลป่าบง

  1. พื้นที่ดำเนินการ

ตามรายละเอียดของโครงการ

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ
    1. สำรวจ ศึกษาข้อมูลประกอบโครงการ

2. จัดทำแผนการดำเนินงาน

  1. สรุปผลการดำเนินงานตามโครงการ
  2. ประเมินผลโครงการ
  3. งบประมาณ

๕๐,๐๐๐.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัด เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

10.1.   ประชาชนมีความเข้าใจในหลักประชาธิปไตย รู้จักปกครองตนเอง

10.2.    ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

10.3.    ประชาชนมีระเบียบวินัย  มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

10.4.    ประชาชนได้ปฏิบัติจริงสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

 

ลำดับที่ 4

  1. ชื่อโครงการ : โครงการส่งเสริมแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
  2. หลักการและเหตุผล

“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่เป็นทั้งแนวคิด หลักการ และแนวทางปฏิบัติตน ของแต่ละบุคคลและองค์กร โดยคำนึงถึงความพอประมาณกับศักยภาพของตนเองและสภาวะแวดล้อม ความมีเหตุมีผลและการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง โดยใช้ความรู้อย่างถูกหลักวิชาการ ด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม ไม่เบียดเบียนกัน แบ่งปัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และร่วมมือปรองดองกันในสังคม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสายใย เชื่อมโยงคนในภาคส่วนต่างๆ ของสังคมเข้าด้วยกัน สร้างสรรค์พลังในทางบวก นำไปสู่ความสามัคคี การพัฒนาที่สมดุลยั่งยืน พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ได้  ตัวอย่างภาคปฏิบัติที่รู้จักกันแพร่หลายตัวอย่างหนึ่งของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ทฤษฎีใหม่ ที่ส่งเสริมการพัฒนา     อย่างเป็นขั้นตอน โดยเริ่มต้นจากการสร้างความมั่นคงในระดับครัวเรือน ให้สามารถพึ่งพาตนเอง  ได้ในระดับหนึ่งก่อน แล้วก้าวเข้าสู่การรวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ ในรูปกลุ่ม ชุมชน หรือ กลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง เพื่อร่วมมือกันสร้างสรรค์ และป้องกันแรงกระแทกทางลบจากภายนอก สร้างความเข้มแข็งของชุมชน และท้ายสุดเป็นการสร้างความเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐ หรือองค์กรต่างๆ นอกกลุ่ม เพื่อขยายขอบเขตความร่วมมือในรูปแบบต่างๆ ไปสู่ระดับประเทศ

  1. วัตถุประสงค์

3.1 เพื่อให้ประชาชนนำแนวทางตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

3.2 ประชาชนในตำบล มีการดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง

  1. กลุ่มเป้าหมาย

           ประชาชนตำบลป่าบง

  1. พื้นที่ดำเนินการ

ตามกำหนดการของโครงการ

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ
  2. สำรวจข้อมูล
  3. ติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. ดำเนินโครงการ
  5. งบประมาณ

๕๐,๐๐๐.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัด เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

9.1 เกิดกระบวนการเรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

9.2 เกิดความรู้ ความเข้าใจและกระแสสนับสนุนเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

9.3 เกิดการพัฒนาและสร้างคน ที่มีความรู้ความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง และสร้างผู้นำที่จะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงจำนวนมากขึ้น

9.5 เกิดกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นเครือข่าย มีการติดตามประเมินผลและแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบ

ลำดับที่ 5

  1. ชื่อโครงการ : สนับสนุนศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนตำบลป่าบง
  2. หลักการและเหตุผล

ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน คือ องค์กรประชาชนที่มาจากตัวแทนกลุ่ม หรือองค์กรในชุมชน ที่อาสาสมัครมาร่วมกันดูแล ป้องกันและแก้ไขปัญหาครอบครัวในชุมชนที่มีการบริหารจัดการในรูปของ “คณะทำงานศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน” โดยมีเครือข่ายกลุ่มครอบครัวเป็นสมาชิก และอยู่ในความดูแลและสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล  หรือเทศบาล โดยศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน หรือ ศพค. จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ในหมู่บ้าน/ตำบล ในการสำรวจข้อมูล วางแผน และประสานความร่วมมือจากหน่วยราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และองค์กรประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับครอบครัว

  1. วัตถุประสงค์
  2. เพื่อประสานความร่วมมือในการพัฒนาสถาบันครอบครัวในลักษณะบูรณาการ จากทุกภาคส่วน
    2. เพื่อให้ชุมชนมีศูนย์รวมในการพัฒนาครอบครัวที่มีการบริหารจัดการโดยชุมชน เพื่อชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบันครอบครัว
  3. เพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสถาบันครอบครัวที่จะนำไปสู่
    ความเข้มแข็งของชุมชนในการบริหารงานและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน
  4. กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชนในตำบลป่าบง

  1. พื้นที่ดำเนินการ

ศูนย์พัฒนาครอบครัวตำบลป่าบง

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ
  2. งบประมาณ

60,๐๐๐.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัด เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  2. ชุมชนพึ่งตนเองได้
  3. ช่วยแก้ปัญหาสังคม เช่นยาเสพติด ความรุนแรงในการระเมินทางเพศ
  4. พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

 

ลำดับที่ 6

  1. ชื่อโครงการ : โครงการประชุมประชาคม และการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น
  2. หลักการและเหตุผล

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 มีผลใช้บังคับ 29 กันยายน 2559 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี ซึ่งมีวิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดค่าเป้าหมายและกลยุทธ์โดยสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล แผนพัฒนาหมู่บ้าน และแผนชุมชน อันมีลักษณะเป็นการกำหนดรายละเอียด แผนงาน โครงการพัฒนาที่จัดทำสำหรับปีงบประมาณแต่ละปี ซึ่งมีความต่อเนื่อง เป็นแผนก้าวหน้าและปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559  เทศบาลตำบลป่าบง จึงได้จัดทำโครงการประชุมประชาคมเพื่อทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564) ขึ้นเพื่อรับทราบปัญหา ความต้องการประเด็นการพัฒนา และประเด็นที่เกี่ยวข้องตลอดจนความช่วยเหลือทางวิชาการ และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากำหนดแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นปีต่อไป

  1. วัตถุประสงค์

3.1 เพื่อให้ทราบถึงปัญหาของประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าบง

3.2 เพื่อให้มีการนำเสนอข้อมูลเพื่อการพัฒนา และความต้องการของประชาชนเพื่อจะได้นำข้อมูล หรือปัญหาไปกำหนดโครงการ/กิจกรรม

3.3 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนได้ใช้สิทธิตามบทบาทหน้าที่โดยมีส่วนร่วมในการบริหารงานของเทศบาลตำบลป่าบง ส่งผลให้บริหารงานอย่างโปร่งใส ใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.4 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตรงจุดภายใต้การบริหารงานงบประมาณของเทศบาลตำบลป่าบง ที่มีอยู่อย่างจำกัด และมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ

3.5 เพื่อให้การบริหารงานของเทศบาลตำบลป่าบง เป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยมีแผนพัฒนาสี่ปีเป็นเครื่องมือการบริหารงาน

3.6 เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาเป็นไปอย่างรอบคอบ ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย

ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559

  1. กลุ่มเป้าหมาย

4.1  กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาตำบล ผู้แทนกลุ่มต่างๆ  และประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 – 6

  1. พื้นที่ดำเนินการ

          ตำบลป่าบง

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ

7.1 จัดทำโครงการฯ พิจารณาอนุมัติ

7.2 กำหนดวัน เวลา และสถานที่ในการประชุมประชาคม ระดับหมู่บ้าน

7.3 แจ้งผู้ที่ส่วนเกี่ยวข้อง และประสานงานกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการประชุมประชาคม

7.4 จัดประชุมประชาคมระดับตำบล เพื่อรวบรวมปัญหาและความต้องการของประชาชนแต่ละหมู่บ้าน

7.5 วิเคราะห์ปัญหา และความต้องการของหมู่บ้าน พร้อมจัดทำรายละเอียดโครงการ/กิจกรรม

7.6 จัดทำร่างแผนพัฒนาเทศบาล

7.7 เสนอคณะกรรมการพัฒนาเทศบาลพิจารณาเห็นชอบ

7.8 เสนอผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติร่างแผนพัฒนา และประกาศใช้แผนพัฒนาเทศบาล

7.9 ติดตามและประเมินผล

  1. งบประมาณ

25,000.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัด เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

10.1 รับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าบง

10.2 มีการกำหนดโครงการ/กิจกรรมเพื่อบรรจุไว้ในแผนพัฒนาสี่ปี (พ.ศ. 2561 – 2564)

10.3 ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงานของเทศบาลตำบลป่าบง

10.4 ประชาชนได้รับประโยชน์จากการมีส่วนร่วมในการเสนอปัญหาและความต้องการในการแก้ไข ความเดือดร้อนต่างๆ

10.5 ประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าบง มีแผนพัฒนาสี่ปีที่เป็นเครื่องมือในการบริหารงานของเทศบาล

ตำบลป่าบง เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาที่เดือดร้อนของประชาชนได้ตรงจุดมากขึ้น

10.6 การจัดทำแผนพัฒนาสี่ปี ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548  แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2559

 

ลำดับที่ 7

  1. ชื่อโครงการ : โครงการเทศบาลพบประชาชน
  2. หลักการและเหตุผล

จากสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน   การพัฒนาท้องถิ่นให้มีความก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน  ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณูปโภค   และสาธารณูปการ  ด้านการศึกษา   ด้านศาสนาและวัฒนธรรม   ล้วนแล้วเป็นหน้าที่สำคัญขององค์การบริหารส่วนตำบล   ซึ่งนับว่าเป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนในระดับรากหญ้ามากที่สุด   และเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา  เทศบาลมีหน้าที่ในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ   สังคม  การเมืองและวัฒนธรรม  ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน   โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี   และให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาล การจัดทำงบประมาณ  การจัดซื้อจัดจ้าง  การตรวจสอบ  การประเมินผลการปฏิบัติงาน  และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  ให้ประชาชนผู้เป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาที่ยั่งยืน   ให้ได้รับทราบข่าวสาร  มีส่วนรับรู้แสดงความคิดเห็น

ดังนั้น เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐ   ตามกรอบกฎหมายที่กล่าวมาแล้ว  เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับรู้ข่าวสาร   ร่วมแสดงความคิดเห็นรวมทั้งเพื่อรับทราบปัญหาต่าง ๆ  ของประชาชนในท้องถิ่น   อย่างมีประสิทธิผล   นอกจากนี้เทศบาลยังได้ให้บริการกับประชาชนในงานด้านต่าง ๆ  คือ  ส่วนการคลังได้ให้บริการรับชำระภาษีท้องที่และภาษีอื่น ๆ  และส่วนโยธาให้บริการเกี่ยวกับงานการรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ด้านโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่   โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ     ตลอดจนร่วมซักถามปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงานของทางคณะผู้บริหาร   ซึ่งจะมาตอบปัญหาข้อข้องใจและร่วมพบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่

  1. วัตถุประสงค์

3.1  เพื่อให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมของเทศบาล

3.2  เพื่อให้บริการประชาชนในด้านการรับชำระภาษีบำรุงท้องที่และภาษีอื่น ๆ

3.3  เพื่อให้บริการประชาชนในด้านการรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับงานโครงสร้างพื้นฐานและบริการอื่น ๆ

3.4   เพื่อประชาสัมพันธ์แถลงนโยบายของผู้บริหารและสรุปผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาให้ประชาชนทราบ

3.5  เพื่อสนองแนวนโยบายของรัฐตามกรอบที่กฎหมายกำหนดไว้

3.6  เพื่อให้ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ให้บริการประชาชนนอกพื้นที่

  1. กลุ่มเป้าหมาย

ประชาชนในเขตเทศบาลตำบลป่าบง

  1. พื้นที่ดำเนินการ

          เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ

1.ประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องจัดทำโครงการรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อขออนุมัติโครงการ

2.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3.ประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนทราบ พร้อมทั้งชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการ

4.กำหนดการจัดโครงการ

  1. งบประมาณ

30,๐๐๐.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัดเทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

10.1   ประชาชนได้เสนอสภาพปัญหาและความต้องการในชุมชน

10.2   ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการมารับบริการการรับชำระภาษีบำรุงท้องที่และภาษีอื่น ๆ

10.3   ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ได้ในทันที

10.4  ประชาชนได้ทราบนโยบายและทิศทางการบริหารงานของผู้บริหารท้องถิ่น

10.5  ประชาชนเกิดจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาตำบล

 

ลำดับที่ 8

  1. ชื่อโครงการ : โครงการอบรมให้ความรู้ด้านระเบียบกฎหมายท้องถิ่นให้แก่ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล

และพนักงาน เทศบาลตำบลป่าบง

  1. หลักการและเหตุผล

จากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรุนแรงในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อยืนหยัดแข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างมีศักยภาพ คือการพัฒนาคุณภาพงาน การมีทัศนคติที่เอื้อต่อการบริการประชาชนรวมทั้งทบทวนกฎหมาย ระเบียบขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน อันจะทำให้การบริหารราชการมีความยืดหยุ่นมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นหัวใจที่สำคัญของการพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้าซึ่งถ้ามีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มากเท่าใดก็จะทำให้องค์กรเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น ดังนั้น แนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้การพัฒนาองค์กร  ในด้านต่าง ๆ  เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น ก็คือการฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาคุณภาพของบุคลากร เพิ่มทักษะการปฏิบัติงาน  ให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจในงานที่ปฏิบัติ ภายใต้กรอบของระเบียบและข้อกฎหมายที่กำหนด

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 พระราชกฤษฎีกา    ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ.2540 พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 และพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558  ได้วางกรอบการบริหารราชการแผ่นดินแนวใหม่ โดยกำหนดไว้ ความว่า การบริหารราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจ การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การอำนวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบและประเมินผลได้

เทศบาลตำบลป่าบง เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้เล็งเห็นความสำคัญ ในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจกับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล  พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้มาใช้ปฏิบัติงานภายในองค์กร และพื้นที่ชุมชนให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

3. วัตถุประสงค์

3.1  เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ  และ     พนักงานจ้าง มีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่และภารกิจของตนเอง และมีวิสัยทัศน์เพิ่มมากขึ้น

3.2  เพื่อให้คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ  และ     พนักงานจ้าง มีความรัก ความสามัคคี  สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อนำมาปฏิบัติงาน และนำมาพัฒนาท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น

3.3 เพื่อให้คณะผู้บริหาร  สมาชิกสภาเทศบาล  พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และ     พนักงานจ้าง ปฏิบัติงานได้ถูกต้องตรงตามระเบียบ ข้อกฎหมาย และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

  1. กลุ่มเป้าหมาย

คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง

จำนวน  47  คน

  1. พื้นที่ดำเนินการ

          เทศบาลตำบลป่าบง

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

4 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 – 2564)

  1. กิจกรรมและวิธีการดำเนินการ

1.เสนอโครงการให้ผู้บริหารพิจารณา
2.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3.จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ เอกสาร สื่อ ที่ใช้ในการอบรม

4.ประชาสัมพันธ์โครงการ
5. ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
6.  ติดตามประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงาน

8.งบประมาณ

5๐,๐๐๐.- บาท

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สำนักปลัดเทศบาลตำบลป่าบง

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ  และพนักงานจ้าง   มีความรู้ความเข้าใจในหน้าที่และภารกิจของตนเอง และมีวิสัยทัศน์เพิ่มมากขึ้น

2.คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง    มีความรัก ความสามัคคี  สามารถพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อนำมาปฏิบัติงาน และนำมาพัฒนาท้องถิ่นได้ดียิ่งขึ้น

3. คณะผู้บริหาร  สมาชิกสภาเทศบาล  พนักงานเทศบาล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ปฏิบัติงานได้ถูกต้องตรงตามระเบียบ ข้อกฎหมาย และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน